
มาตรฐานจริยธรรม คุณธรรม ตร.
_______________
อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
มาตรา 279 และมาตรา 280 พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 31(2)
และมาตรา 77 และมติ ก.ตร.ในการประชุมครั้งที่ 6/2551 เมื่อวันที่ 9
กรกฎาคม พ.ศ.2551 ก.ตร.จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 กฎ ก.ตร. นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 2 ให้ใช้ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.นี้ เป็นกรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ
ข้อ
3 ให้ถือว่าประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.นี้
เป็นประมวลจริยธรรมของข้าราชการตำรวจตามมาตรา 279
แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พ.ศ.2550 และเป็นจรรยาบรรณของตำรวจตามมาตรา 77
แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547
ข้อ 4 ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง
หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง
การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล
ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ
สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม
การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย
ข้อ
5 ให้กองบัญชาการศึกษาทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรม
ของข้าราชการตำรวจ
มีหน้าที่กำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติ
หน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและ
จรรยาบรรณของตำรวจ รวมทั้งรณรงค์ ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์เผยแพร่
กำหนดหลักสูตร
พัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ
รวมทั้งสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจให้เทียบเท่าระดับสากล
ตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้า
ราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของ
ตำรวจ รวมทั้งแผนดำเนินงานตามความในวรรคแรกให้กองบัญชาการศึกษาเสนอขอความ
เห็นชอบตามลำดับชั้น และต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. ด้วย
ข้อ
6 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจ
ในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจประจำทุกปี
ตามหลักเกณฑ์การประเมินตามข้อ 5 วรรคสอง
ให้สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการ
และหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการ
ประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจในสังกัดตามความในวรรคแรก
โดยอนุโลม
ข้อ
7 ให้สถาบันการฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำประมวลจริยธรรมและ
จรรยาบรรณของตำรวจไปกำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่
และความรับผิดชอบ
และมีหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของกองบัญชาการศึกษาตามข้อ 5 วรรคแรก
ข้อ
8 ให้จเรตำรวจแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการ
ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
จัดทำคู่มือและคำอธิบายแนวทางการปฏิบัติ
และสอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจในภาพรวมระดับ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
หากจเรตำรวจแห่งชาติพบว่าหน่วยงานตำรวจและหรือข้าราชการตำรวจใดละเมิด
ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
โดยพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเกิดผลกระทบในทางเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและ
เกียรติภูมิของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือวิชาชีพตำรวจ
ให้จเรตำรวจแห่งชาติรายงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
และแจ้งผู้บังคับบัญชาในระดับกองบัญชาการหรือหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการ
สอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากเห็นสมควรจเรตำรวจแห่ง
ชาติอาจมอบหมายให้รองจเรตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจ หรือรองจเรตำรวจ
ไปกำกับและติดตามการสอบข้อเท็จจริงหรือตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เป็น
อิสระจากกองบัญชาการหรือหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการนั้นก็ได้
ให้จเรตำรวจแห่งชาติจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม
วรรคหนึ่งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งประสานกับกองบัญชาการต่าง ๆ
จัดตั้งศูนย์ดังกล่าวหรือแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณของ
ตำรวจในระดับกองบัญชาการหรือกองบังคับการตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี
ข้อ
9 ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานทุกระดับมีอำนาจและหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมให้
ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจอย่างเคร่ง
ครัด รวมทั้งสอดส่องดูแลมิให้มีการละเมิด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม
หากพบว่ามีการละเมิด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม
และไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นจงใจละเมิด
ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
ข้อ 10 ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจพบว่าผู้บังคับบัญชาของตน
ข้าราชการตำรวจ หรือหน่วยงานตำรวจใดละเมิด ฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
ให้สามารถรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเหนือหน่วยงานที่ตนสังกัดได้อย่างน้อยสาม
ลำดับชั้น และหากผู้บังคับบัญชาที่ตนรายงานมิได้ดำเนินการใด
ให้สามารถรายงานถึงจเรตำรวจแห่งชาติ หรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้
การรายงานตามวรรคแรก ไม่ถือว่าเป็นการกระทำข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน
ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยการเสนอแนะของจเรตำรวจแห่งชาติวางระเบียบเกี่ยว
กับการรายงานตามวรรคแรกให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่กฎ
ก.ตร.นี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 11 ให้จเรตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่เสนอความเห็นต่อ ก.ตร.
เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจให้
เหมาะสมกับกาลเวลาและสถานการณ์ข้าราชการตำรวจหรือหน่วยงานตำรวจทุกระดับมี
สิทธิและเสรีภาพที่จะเสนอปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและ
จรรยาบรรณของตำรวจ
หรือเสนอความเห็นในการแก้ไขปรับปรุงประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
โดยส่งข้อเสนอหรือความเห็นดังกล่าวไปยังจเรตำรวจแห่งชาติ
ข้อ
12 ข้าราชการตำรวจซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่โดยอาศัยวิชาชีพใดซึ่งมีการกำหนด
ประมวลจริยธรรมหรือจรรยาบรรณของวิชาชีพนั้นไว้เป็นการเฉพาะ
ต้องถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมหรือจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพนั้นด้วย
ก.ตร. อาจให้มีการกำหนดประมวลจริยธรรมหรือจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานใดได้ตามที่เห็นสมควร
ให้ไว้ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2551
สมัคร สุนทรเวช
( นายสมัคร สุนทรเวช )
นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 100 ก 19 ก.ย.51)